แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 – 1 เบนฟิก้า

ชมวีดีโอคลิปไฮไลท์การแข่งขัน คลิ๊กที่นี่
สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด, อังกฤษ
ผู้ชมในสนาม 66,112 คน
รายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
เวลา 01.45 น. วันอังคารที่ 27 กันยายน 2548
ผู้ตัดสิน ลูบอส มิเชล
พอดูเหมือนว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไม่สามารถทำประตูที่ 2 ได้ในเกมนี้ รุด ฟาน นิสเตลรอย ก็จัดการซัดประตูชัยในช่วงท้ายเกมให้ทีมเอาชนะเบนฟิก้า ไปได้ 2-1 ในรอบแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่ม ดี
ดาวยิงดัตช์แมนทำประตูชัยได้ก่อนหมดเวลา 5 นาทีในเกมที่ตึงเครียด หลังจากลูกฟรีคิกของ ซิเมา ซาโบรซ่า เป็นประตูตีเสมอ โดยลูกยิงลูกแรกของเกมเป็นของไรอัน กิ๊กส์
แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ร้องเรียกชื่อเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตลอดเวลา เพื่อเป็นการแสดงความสามัคคี หลังจากมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในช่วงหลัง จากฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ในเดือนกันยายน ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้เพียง เสมอ 3 นัด และแพ้ 1 นัด ก่อนที่จะมาคว้าชัยชนะได้ในนัดนี้
ปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้เฟอร์กูสัน ต้องส่งแผงหลังที่ไม่เคยลงเล่นพร้อมกันมาก่อน ฟูลแบ็ก 2 ข้างเป็นฟิลลิป บาร์ดสลี่ย์ และคีแรน ริชาร์ดสัน ซึ่งอายุ 20 ปีทั้งคู่ ในขณะที่จอห์น โอเชีย ซึ่งอายุเพียง 24 ปี มีประสบการณ์ไม่มากนักในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก โดยจับคู่กับริโอ เฟอร์ดินานด์
หลังจากเกมเริ่มไปได้เพียง 7 นาที โอเชีย ก็ทำผิดพลาดกับบอลทะลุช่องที่ดูไม่น่ามีอันตราย ปล่อยให้บอลผ่านเท้าไปถึง ฟาบริโซ่ มิคโคลี ที่ทะลุไปหน้าประตู แต่ลูกยิงของเขาแฉลบออกหลังไป และเอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ต้องออกแรงป้องกันลูกโหม่งของริคาร์โด้ โรชา กองหลังเบนฟิก้า จากลูกเตะมุมในจังหวะต่อเนื่อง
สิ่งที่ดีอย่างหนึ่งในฤดูกาลนี้คือ การกลับมาทำประตูได้ของรุด ฟาน นิสเตลรอย เขาทำไปแล้ว 6 ประตูในฤดูกาลนี้ และเกือบจะทำประตูที่ 7 ได้จากลูกวอลเล่ย์ที่ยอดเยี่ยม ในจังหวะเปิดเกมรุกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
บาร์ดสลี่ย์ โยนบอลด้วยน้ำหนักไม่ดีนักเข้าไป อย่างไรก็ตามฟาน นิสเตลรอย ครองบอลไว้ได้ แล้วหมุนตัวยิงทันที บอลพุ่งชนคานอย่างแรง
เสียงตะโกนแสดงความไม่พอใจของแฟนบอลเมื่อ 3 วันก่อนหน้านี้ที่พ่ายแพ้ให้กับแบล็คเบิร์น มาจากความหงุดหงิดกับฟอร์มการเล่นของทีมในช่วงหลัง แต่ความรู้สึกแตกต่างออกไปที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในเกมนี้ เสียงวิพากษ์วิจารณ์มาจากสื่อมวลชนเท่านั้น ความรู้สึกไม่ดีเหล่านั้นมลายหายไปหลังจากเกมผ่านไปได้ 15 นาที เมื่อแฟนบอลปิศาจแดงทั่วสนาม นำโดยแฟนบอลบนอัฒจันทร์ฝั่ง สเตรทฟอร์ด เอนด์ ลุกขึ้นตะโกนว่า ‘ลุกขึ้นยืนถ้าคุณรักเฟอร์กี้’
เกมฟุตบอลในฤดูกาลนี้อาจจะไม่สนุกสนานที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในช่วงหลายปีหลัง แต่ปฏิกิริยาเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าแฟนบอลยังรู้สึกว่าเฟอร์กูสัน ยังคงเป็นผู้ที่นำความสำเร็จมาสู่ทีมได้
แผนการเล่นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันในขณะนี้ เป็นแบบ 4-4-2 อย่างเห็นได้ชัด การไม่มีเวย์น รูนี่ย์ จากการติดโทษห้ามแข่ง ทำให้ไรอัน กิ๊กส์ ได้ลงเล่นทางฝั่งซ้าย โดยเป็นการลงเล่นเป็นตัวจริงเพียงนัดที่ 2 ของฤดูกาลนี้ และก็เป็นยอดปีกซ้ายชาวเวลส์ ผู้นี้ที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำได้สำเร็จ
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถูกทำฟาวล์ในระยะ 25 หลา ก่อนจบครึ่งแรก 10 นาที และกิ๊กส์ เป็นคนยิงลูกตั้งเตะโค้งเข้าหาประตู ลูกยิงไปแฉลบเนลสัน แบ็กขวาของเบนฟิก้า และลอยเข้าประตูไปทางเสาไกลอย่างสวยงาม โดยโมเรร่า ผู้รักษาประตู ไม่มีโอกาสขยับตัวเลย ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำไปก่อน 1-0
เฟอร์กูสัน เดินเข้าห้องแต่งตัวในช่วงพักครึ่งด้วยสีหน้าที่มีความสุขมากกว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา วันนี้ทีมของเขาขึ้นนำไปก่อน 1-0 โดยสร้างสรรค์โอกาสได้มากมาย และแฟนบอลก็ยังคงหนุนหลังอยู่ แต่ความยินดีของเขาอยู่ได้ไม่นานนักในครึ่งหลัง เมื่อเกมผ่านไปได้ 1 ชั่วโมง ความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมของอลัน สมิธ กลับย้อนมาเป็นผลเสียต่อทีม เขาพยายามยื่นขาไปสกัดซิเมา ซาโบรซ่า ที่หน้ากรอบเขตโทษ ทำให้เสียลูกฟรีคิก และได้รับใบเหลืองไปในจังหวะนี้
ซาโบรซ่า ยิงลูกฟรีคิกโค้งอย่างสวยงาม บอลลอยข้ามกำแพงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วมุดลง ทำให้ฟาน เดอร์ ซาร์ เห็นบอลช้าเกินไป และไม่สามารถป้องกันเอาไว้ได้ บอลเข้าไปตุงตาข่ายที่มุมบนขวามือ ทำให้เบนฟิก้า ตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเปิดเกมรุก และแฟนบอลยังคงหนุนหลังทีมของเฟอร์กูสัน อย่างเต็มที่โรนัลโด้ ได้โอกาสพักอกเอาบอลลง จากลูกเตะสกัดไม่ดีของลุยเซา และวอลเล่ย์มุมแคบเต็มข้อในกรอบเขตโทษ โมเรร่า ยังไวพอที่จะปัดบอลพุ่งไปชนเสาออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย
หลังจากนั้นสโคลส์ ได้ยิงออกหลังไปเพียงนิดเดียว จากลูกเปิดอย่างยอดเยี่ยมของบาร์ดสลี่ย์ ทางฝั่งขวา ปิศาจแดง เปิดเกมรุกบุกแหลกใส่แผงหลังที่ดื้อด้านของ โรนัลด์ โคแมน แต่เวลาเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้เกิดความตึงเครียดไปทั่วโอลด์ แทรฟฟอร์ด
แต่แล้ว รุด ฟาน นิสเตลรอย ก็เป็นพระเอกของเกม เขาถือว่ามีผลงานทำประตูได้มากมายในรายการยุโรปให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันอาจจะไม่ได้เป็นลูกยิงที่สวยงามที่สุดที่ดาวยิงดัตช์แมนเคยทำได้ แต่ก็อาจจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นจุดเปลี่ยนของฟอร์มการเล่นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมนี้ จากลูกเตะมุมของ ไรอัน กิ๊กส์ ที่เปิดบอลมาให้เฟอร์ดินานด์ โหม่งต่อมาหน้าประตู แล้วก็เป็น รุด ฟาน นิสเตลรอย ที่จิ้มบอลจากระยะ 2 หลาเข้าประตูไป เป็นประตูที่ 38 จาก 43 เกมใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้กับปิศาจแดง และเป็นประตูชัยในเกมนี้ให้ยูไนเต็ดเอาชนะเบนฟิก้า ไปได้ 2-1
ก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้น ผู้จัดการทีมกล่าวว่า เขาหวังเอาไว้ว่าการเปลี่ยนแปลงสำคัญของทีมจะมาจากฝีเท้าของดาวยิงดัตช์แมน และในช่วงเวลาสำคัญที่สุด มันก็เกิดขึ้น มันเป็นชัยชนะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการมากที่สุด และเป็นประตูที่ รุด ฟาน นิสเตลรอย สมควรได้รับอย่างยิ่ง (บรรยายเกมโดย DaKinG)
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 19
ฟิลลิป บาร์ดสลี่ย์ 26
ริโอ เฟอร์ดินานด์ 5
จอห์น โอเชีย 22
ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ 24
ไรอัน กิ๊กส์ 11 ( น. 38)
คีแรน ริชาร์ดสัน 23
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 7
พอล สโคลส์ 18
อลัน สมิธ 14 ( น. 58)
รุด ฟาน นิสเตลรอย 10 ( น. 84)
สำรอง
ทิม โฮเวิร์ด 1
ซิลแวน อีแบ็งค์ส เบล็ค 40
ลี มาร์ติน 46
เลียม มิลเลอร์ 17
ปาร์ค จีซุง 13
เชราร์ด ปิเก้ 28
จูเซ้ปเป้ รอสซี่ 42
เบนฟิก้า
โจเซ่ ฟิลิปเป้ โมเรร่า 1
บาสตอส ลีโอ 5
ลุยเซา 4 ( น. 56)
มาร์คอส เนลสัน 22
ริคาร์โด้ โรชา 33
จิลแบร์โน่ เบโต้ 16
มานูเอล เฟอร์นานเดส 14
อาร์มานโด้ เปตีต์ 6
ซิเมา ซาโบรซ่า 20 ( น. 58)
นูโน่ โกเมส 21 ( น. 68)
ฟาบริโซ่ มิคโคลี่ 30
สำรอง
แอนเดอร์สัน เครเบอร์ แบร์รัลโด้ 3
มานูเอล ดอส ซานโตส 18
มาร์ซิโอ จิโอวานนี่ 11 น. 86 มานูเอล เฟอร์นานเดส 14
อังเดร คารายก้า 17
เปโดร มันตอร์รัส 9 น. 86 จิลแบร์โต้ เบโต้ 16
เจา เปเรร่า 27 น. 79 ฟาบริโซ่ มิคโคลี่ 30
เจาควิม ควิม 12
สถิติของเกม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิงประตู 2, ลูกยิงตรงกรอบ 4, ลูกยิงหลุดกรอบ 9, ลูกยิงโดนบล็อค 3, เตะมุม 7, ฟาวล์ 20, ล้ำหน้า 1, ใบเหลือง 1, การครองบอล 54.3 %
เบนฟิก้า ยิงประตู 1, ลูกยิงตรงกรอบ 3, ลูกยิงหลุดกรอบ 10, ลูกยิงโดนบล็อค 2, เตะมุม 5, ฟาวล์ 17, ล้ำหน้า 1, ใบเหลือง 2, การครองบอล 45.7 %
คะแนนความสามารถ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 7, ฟิลลิป บาร์ดลี่ย์ 7, ริโอ เฟอร์ดินานด์ 7, จอห์น โอเชีย 6, คีแรน ริชาร์ดสัน 6, ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ 5, พอล สโคลส์ 5, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 8, ไรอัน กิ๊กส์ 6, อลัน สมิธ 6, รุด ฟาน นิสเตลรอย 7
เบนฟิก้า โจเซ่ ฟิลิปเป้ โมเรร่า 6, มาร์คอส เนลสัน 7, ลุยเซา 8, ริคาร์โด้ โรชา 7, บาสตอส ลีโอ 6, จิลแบร์โต้ เบโต้ 5, มานูเอล เฟอร์นานเดส 7, อาร์มานโด้ เปตีต์ 6, ซิเมา ซาโบรซ่า 7, ฟาบริโซ่ มิคโคลี่ 6, นูโน่ โกเมส 5, เจา เปเรร่า (สำรอง) 5, เปโดร มันตอร์รัส (สำรอง) 5, มาร์ซิโอ จิโอวานนี่ (สำรอง) 5
Por

Related Posts