BEN FOSTER กับหนทางที่ต้องเลือกเดิน

อีกไม่กี่สัปดาห์แล้วครับ ที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะเปิดอีกครั้ง และสิ่งที่มักจะมาเคียงคู่กันเสมอก็คือ ข่าวการเสริมทัพผู้เล่นของสโมสรต่างๆ โดยเฉพาะถ้าเกี่ยวข้องกับทีมยักษ์ใหญ่ด้วยแล้ว ข่าวนั้นมักจะขายได้ดีเสมอ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของคนข่าวกีฬา แม้ผลงานในฤดูกาลนี้ของปีศาจแดงจะไม่ได้ย่ำแย่อะไรมากนัก แต่กับฟอร์มการเล่นของนักเตะบางรายก็มีประเด็นให้สื่อเล่นได้อยู่อย่างต่อเนื่อง
ตำแหน่งที่ตกเป็นกระแสมาแรงในช่วงหลังก็คือ “ผู้รักษาประตู” และผู้เล่นที่มีข่าวว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ให้ความสนใจสูงสุด 3 อันดับแรกในตำแหน่งนี้ ได้แก่
อีกอร์ อคินเฟเยฟ จาก ซีเอสเคเอ มอสโก
เรเน่ อ๊าดเลอร์ ว่าที่มือ 1 ทีมชาติเยอรมนีชุดลุยบอลโลก
มานูเอล นอยเออร์ ดาวรุ่งพุ่งแรงของ ชาลเก้ 04
เหตุผลที่ทำให้ ท่านเซอร์เฟอร์กี้ ต้องการตัวผู้เล่นเหล่านี้มาจากเหตุผลที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ตัวนักเตะที่มีอยู่ในทีมตอนนี้ ในรายของ เอ๊ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ เหตุผลเดียวก็คือ อายุที่สูงวัยของเขา ส่วน โทมัสซ์ คุสซ์แช็ค โหงวเฮ้ง และฝีมือของเขา คงเป็นได้แค่ตัว back up ยามจำเป็นเท่านั้น และสุดท้ายซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่สุด มาจากฟอร์มการเล่นที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยของอดีตความหวังของทีมอย่าง เบน ฟอสเตอร์ นั้นเอง
ที่จริง หากใครได้จินตนาการภาพว่า ฟอสเตอร์ ไม่ได้สวมเครื่องแบบอสูรแดง แล้วลองเอาไปเปรียบเทียบกับ คริส เคิร์กแลนด์ หรือ สก็อตต์ คาร์สัน ที่เคยเป็นสมาชิกทีมบิ๊ก 4 เหมือนกันแต่เป็นของ ลิเวอร์พูล ใครหลายคนอาจร้องเสียงหลงออกมาว่า “ไม่เห็นจะต่างกัน”
บางที พ่อใหญ่แห่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็อาจเกิดความรู้สึกเช่นนั้น ว่าแท้จริงแล้ว บิ๊กเบน ดูจะได้รับการยกย่องเชิดชูฝีมือเกินจริงไปจากสื่อต่างๆ รวมไปถึงความเชื่อเดิมของตน
จริงอยู่ที่ ฟอสเตอร์ จะมีปฏิกิริยาที่ปราดเปรียวว่องไวดุจดั่งน้องวอก จนเซฟลูกมหัศจรรย์ให้เห็นในหลายต่อหลายครั้ง แต่สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นสิ่งไร้ค่าโดยสิ้นเชิง เมื่อเขาเล่นพลาดง่ายๆ จนส่งผลกระทบต่อทีม
ความผิดพลาดในเกมเสมอ ซันเดอร์แลนด์ 2-2 จึงเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ป๋าจะให้โอกาสแก่ ฟอสเตอร์ หลังเคยแสดงความเชื่อมั่นว่ายังมั่นใจในฝีมือมาก่อนหน้านี้
ที่สุดแล้ว “ทีมต้องมาก่อน”
เนื่องจากตำแหน่งผู้รักษาประตูไม่ใช่จะปล่อยให้ใครมาเล่นผิดพลาดได้หลายหน เพราะนั้นอาจหมายถึง ความมั่นใจของนักเตะคนอื่นที่จะถูกกระทืบเละเทะก่อนจับโยนลงชักโครกแล้วกดน้ำล้างตาม
เกมรุกของทีมจะเล่นได้อย่างวางใจก็ต่อเมื่อนักเตะมีความมั่นใจในแนวรับ หากเกมรับเล่นได้เหนียวแน่น ผู้เล่นก็พร้อมที่จะเติมรุกบุกกันให้สะเด่า กลับกัน หากแนวรับพร้อมที่จะเสียประตูได้เสมอ ใครหน้าไหนมันจะมีสมาธิคิดถึงเรื่องที่จะบุก แล้วนายใหญ่ที่มีอำนาจอาญาสิทธิ์สั่งการผู้เล่นในเกมรับได้ทุกคนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ “ผู้รักษาประตู” นั้นเอง
ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องเข็มขัดสั้น (คาดไม่ถึง) แต่ประการใด ที่ ป๋าเฟอร์กี้ จะหันกลับไปหยิบยื่นตำแหน่งมือ 1 ให้ ฟาน เดอร์ ซาร์ ภายหลังจากที่เจ้าตัวหายเจ็บกลับมา แทนที่จะให้การสนับสนุน ฟอสเตอร์ ต่อ เพื่อให้นักเตะได้เรียกความมั่นใจ
เพราะสถานการณ์ ณ เวลานั้น ต้องบอกว่าขวัญกำลังใจของทีมโดยเฉพาะผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังกำลังกระเจิง และเสียขวัญอย่างหนัก ภายหลังเจอความไม่แน่นอนในการเล่นของ บิ๊กเบน เข้าเล่นงาน แม้ เนมานย่า วิดิช จะออกมาบอกว่ายังมั่นใจในตัวเพื่อนร่วมทีมรายนี้ แต่ใครที่ได้รับชมการแข่งขันก็คงดูออกว่า “วีด้า” พูดจริงหรือแค่ให้กำลังใจ
แต่กระนั้น คุณค่าของ ฟอสเตอร์ ก็ไม่ได้ลดต่ำลงแต่อย่างใด อย่างน้อยก็กับทีมชาติอังกฤษ
ในสายตาของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ เขาเป็นอีกคนที่เห็นต่างและยังเชื่อมั่นว่า ฟอสเตอร์ มีดีกว่าที่เห็น เขาตัดสินใจใส่ชื่อ บิ๊กเบน ลงเฝ้าเสาในเกมอุ่นเครื่องนัดสำคัญกับแชมป์โลก 5 สมัย บราซิล แทนที่จะเลือกผู้เล่นที่เป็นมือ 1 ของสโมสร อย่าง โรเบิร์ต กรีน หรือ โจ ฮาร์ท
แต่ความเชื่อมั่นตรงนี้เองที่จะย้อนกลับมาเล่นงาน ฟอสเตอร์ ในภายหลัง
ฉับพลันที่ ฟอสเตอร์ ให้สัมภาษณ์โจมตี เซอร์ อเล็กซ์ ถึงเรื่องโอกาสในการลงเล่นกับสโมสร ภายหลังจบเกมรับใช้ชาติที่พ่าย บราซิล 0-1 หลังจากนั้น สื่อผู้ดีหลายฉบับก็ออกมารับลูก และรายงานข่าวที่ตรงกันว่า บิ๊กเบน ไม่พอใจกับสถานภาพของตนในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพราะเขากลัวที่จะสูญเสียที่นั่งบนเครื่องไฟลท์บินตรงไป แอฟริกาใต้ กลางปีหน้า
และทีมที่มีข่าวว่าต้องการจะรับตัว ฟอสเตอร์ ไปชุบเลี้ยงต่อในช่วงเปิดตลาดเดือนมกราคมนั้น ก็มี ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และ ซันเดอร์แลนด์
ทีมแรกต้องการฟอสเตอร์ ไปเพื่อแทนที่ คาร์โล คูดิชินี่ มือกาวอิตาเลี่ยนที่ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน ส่วนรายหลัง หวังนำ บิ๊กเบน ไปเป็นมือ 1 ของทีม ภายหลังเจ้าของตำแหน่งคนเดิมอย่าง เคร็ก กอร์ดอน โกล์เลือดสก็อตบาดเจ็บแขนหักต้องพักยาว

ทว่า ในความเป็นจริงแล้ว “ก็อดฟาเธอร์แห่งผีแดง” คงไม่เห็นด้วยที่จะปล่อยตัว ฟอสเตอร์ ออกจากทีมไปในช่วงกลางฤดูกาล เพราะนายทวารตัวหลักอย่าง ฟาน เดอร์ ซาร์ อายุมาก และเริ่มมีอาการบาดเจ็บรบกวนในช่วงหลัง ดังนั้น มันคงจะดีกว่าหากทีมจะมีผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติอีก 2 คน ไว้คอยซัพพอร์ตเผื่อมีเหตุฉุกเฉิน
อย่างไรก็ตาม ถ้าคนมัน want จะไปมาก ต่อให้เป็น ท่านเซอร์ ก็คงไม่รั้งไว้ ยิ่งไม่ใช่ตัวหลักระดับเสาตกน้ำมันพลายอย่างในกรณีของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ด้วยแล้ว ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่ป๋าจะปล่อยตัว หากโดน บิ๊กเบน กดดันโดยการงอแงเข้าใส่ หรือ วิจารณ์เรื่องการจัดตัวให้สาธารณชนได้รับฟัง
ก็อย่างว่า บอลโลก 4 ปี จะมีครั้ง เป็นใครก็ไม่อยากพลาดโอกาส และหากมีหนทางให้เลือกเดินว่าจะอยู่หรือไป ก็คงมีเพียงแต่ “บิ๊กเบน” เบน ฟอสเตอร์ เท่านั้น ที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุด
MA-KI-BA-O

2001-2024 RED ARMY FANCLUB Official Manchester United Supporters Club of Thailand. #ThaiMUSC

Related Posts